แย้รีวิวเรือ Celebrity Infinity แห่งขั้วโลกใต้

สวัสดีจ้า  แย้พามาเที่ยวกันต่อ ณ ขั้วโลกใต้  คราวนี้แย้จะพาล่องเรือ Celebrity Infinity  ซึ่งเรากำลังมุ่งหน้าไปสู่ขั้วโลกใต้นั่นเอง  ซึ่งบนเรือลำนี้ก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันมากๆ  เดี๋ยวแย้จะพาไปชมกันนะจ้ะ
ที่แย้มาเค้าเรียกว่าเป็นแผ่นดินสุดขอบโลกนั่นเอง The end of the earth คือผืนแผ่นดินที่อยู่ใต้สุดของโลกเรา  ถ้าใต้กว่านี้ก็ขั้วโลกใต้ Antartika กว่าจะมาถึงก็ใช้เวลาค่อนข้างนานมาก  อ่านได้จากตอนที่แล้วเลยจ้า 


และเรือ Celebrity Infinity  คือเรือที่หญิงแย้กำลังแบกอยู่นี่เองงงง  ซึ่งรอบนี้แย้เลือกเป็นห้อง Ocian View ก็คือไม่มีระเบียง  เนื่องจากว่า  การมีระเบียงอาจไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร  เพราะอากาศเย็นมาก  และแพงมว๊ากกกก  บวกเงินอีกหลายกะตัง ก็เลยเอิบ  ไม่เอาดีกว่า

แต่ละห้องก็จะมี Butler หรือพ่อบ้านแม่บ้านที่คอยมาดูแล  เวลาเราต้องการอะไรก็สามารถที่จะโทรเรียกเค้าได้ตลอด  แต่เค้าก็จะมีเวลาพัก  แล้วเค้าก็จะทำความสะอาดให้  ทุกวัน วันละ 2 ครั้ง   แต่ถ้าใครรู้สึกอยาก Private นิดนึง  ก็ขึ้นป้ายหน้าห้องได้ว่า Do not disturb ได้


หลายคนถามว่าห้องเล็กมากนะครับ  เอากระเป๋าอะไรวางไว้ตรงไหน  เราต้องเอาของออกจากกระเป๋าทั้งหมด  แล้วก็เอาเก็บไว้ในตู้ในเกะต่างๆที่เค้าเตรียมไว้ให้  แล้วเราก็ปิดกระเป๋ายัดใต้เตียง  จะมีที่ว่างให้ใส่กระเป๋า  ส่วนไฟฟ้าใช้ 110V นะจ้ะ  เมืองไทย 220 ก็ต้องเตรียมตัวกันนิดนึง


นี่ก็เป็นชั้น 3-4 ของเรือนะจ้ะ  ก็เป็นพวก  Customer Relations แล้วก็พวกขายทัวร์ชายฝั่งทั้งหลาย  แล้วก็ให้ข้อมูลต่างๆ หรือเรียกอีกอย่างว่าธุรการนั่นเองค่ะ  

เรือลำนี้มี Casino ที่ใหญ่มาก  มีเครื่องเล่น Blackjack,Slot Machine และก็อีกหลายๆอย่าง  หญิงแย้ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไรเลยไม่ได้เข้่าไปเล่นนะครัช  อธิบายไม่ได้ว่ามันคืออะไรบ้าง  ลองดูจากรูปละกันจ้า


ชั้นถัดมาก็จะมีโซน Shopping ที่ค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว  กินไปเกือบครึ่งลำเลยนะคะ  แต่พวกสินค้า  เวลาเราขึ้นเรือพวกน้ำหอมจะถูก  แต่ที่นี่จะราคาสูง  แล้วก็ร้านเล็กนิดเดียวเอง  ก็เลยอารมณเสีย แต่จะมีพวกร้านนาฬิกาค่อนข้างเยอะมากเลย  แล้วก็พวกร้านขายเสื้อผ้า  


ที่นี่มีโรงละครด้วยนะครับ  Celebrity Theater นั่นเอง  แต่ละวันก็จะมีโชว์ที่ไม่ซ้ำกัน  โชว์บางอันก็เป็นนักร้องมาโชว์เสียงอลังการ  บางอันก็โชว์ตลกเล่นมุก  บางอันก็เต้น  แล้วแต่วันลองเข้าไปดูก็จะไม่ซ้ำกันเท่าไหร่


ในเรือก็จะมีทั้งลิฟต์แล้วก็บันได  สะดวกดี  ลิฟต์ก็ไม่น่ากลัว  ประดับประดาด้วยกระจกและสีทองจ้า


ส่วน Fitness ก็ใหญ่โตมโหฬารบานบุรีมาก  ตกใจเลยถ้าจะใหญ่ขนาดนี้


นี่คือสระว่ายน้ำและอ่างจากุซซี่ Indoor ได้รับแสงจากภายนอก  ในนี้ก็อุ่นสบาย  แล้วก็มีสระว่ายน้ำและอ่างจากุซซี่ด้านนอกด้วย  แต่ต้องบอกว่าเค้าปิด  เพราะว่าหนาวเกิน  ลงไปเล่นคงไม่ดี  ก็เอาตาข่ายกั้นไว้แบบนี้  แล้วก็เอาน้ำออกเลยค่ะ


ส่วนบาร์เหล้า มาร์ตินนี่ ค็อกเทล ไวน์ เบียร์ต่างๆ  ก็จะมีแบบนี้ทั่วเรือเลย  มีเกือยทุกชั้นเลย  ให้เราได้เสียตังกัน


บนเรือนี้ก็จะมีห้องอาหารหลายห้อง  แต่ว่าห้องที่ฟรีก็คือยู่ที่ชั้น 4 และชั้น 5 นะจ้ะ  เป็น a la carte  ซึ่งแย้จะมีโต๊ะประจำ   ซึ่งโต๊ะประจำอยู่ที่ชั้น 4 รอบแรกคือ 6 โมง  รอบสองคือ 2 ทุ่มครึ่งหรือ 3 ทุ่มนี่แหละ  ดังนั้นถ้าไปสายเกิน 15 นาทีก็อดกินนะจ้ะ


เมนูจะมี 2 ด้านนะคะ  สำหรับด้านที่สีจางกว่า  จะเป็นเมนูที่มีึทุกวันนั่นเอง  ส่วนที่เป็นสีเข้มกว่า  จะอยู่ด้านขวา  คือเป็นเมนูพิเศษเฉพาะวันนี้เท่านั้น


นางก็จะค่อยๆเสิร์ฟตั้งแต่ Appetizer ซุป  สลัด  แล้วก็มาที่ Main Course นั่นเอง  ที่แย้ถ่ายมาทั้งหมด  คือหลายคนนะคะ  สั่งกันหลายคนก็ขโมยของคนอื่นมาถ่ายด้วย  สนุกสนานกันไป  ก็ให้ดูหน้าตาอาหาร  ก็ไม่ได้จัดได้งดงามเท่าไหร่  ค่อนข้างธรรมดา  แล้วก็ทำรสชาติไม่เท่ากัน   อย่าง French Onion Soup วันแรกที่มาเค็มปี๋เลยจ้า  พอสั่งอีกวันอร่อยมาก  ก็เลยงงๆนิดนึงว่าสรุปรสชาติเป็นยังไงแน่  ซึ่งจะขอจบเมนูอาหารชั้น 4 เท่านี้  เนื่องจากว่าแต่ละวันเมนูไม่ซ้ำเลย  ถ้าถ่ายทั้งหมดคงไม่ไหวนะแจ๊ะ


แต่ถ้าเกิดว่าใครจะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ต้องเสียเงินเพิ่ม  แต่ว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมืองนอกก็ไม่ได้แพงนัก  ไวน์แดงราคา 600 ก็อร่อยแล้ว


พักเรื่องเที่ยวกันสักแป้บนะจ้ะ  หลายคนถามถึงริมฝีปากที่สีฉูดฉาดของหญิงแย้กันมามากมายนะขอรับ  ระหว่างที่แย้เดินทางไป Antartika หญิงแย้ได้พกลิปสติกมา 3 แท่งด้วยกัน  เดี๋ยวมาดูกันดีกว่านะคะว่ามีอะไรบ้าง


เฉลยมี 3 แท่งด้วยกัน  คือ Mac,Wet n Wild แล้วก็ Lime crime นะคะ   Mac อันนี้เสมือนเป็นรองพื้นปากของเรานั่นเอง  ต้องบอกก่อนว่านางไม่สามารถทาแต่เพียงลำพังได้  เพราะว่าหน้าจะป่วยมากกก  นางคือ Mac Satin สี Fresh  เป็นรองพื้นปากที่ดีมากสำหรับสาวผิวค่อนข้างขาวระครับ  เพราะว่าจะกลบสีปากเข้มๆของเราได้ดีมาก  แล้วก็ไม่แห้งจนเกินไป  ให้ความชุ่มชื้นอยู่


ตามด้วยลิปสติกของ Lime crime สี Geradium อันนี้แหละจะทำให้ปากของเราเด่นเด้งออกมา  เพราะมันค่อนข้างจะสะท้องแสงได้ดีพอสมควรเลย  ทาแล้วเด่นทันที  เนื้อ  Mate แบบมี Moisture ไม่แห้งจนเกินไป  พิกเมนต์สีดี  แน่นเวอร์  แต่พูดเลยว่าเวลากินน้ำ   ลอกติดหมดเกลี้ยง  ต้องทาใหม่เรื่อยๆนะแจ๊ะ  เพราะว่าเนื้อมันค่อนข้าง Creamy มากๆเลย  



อันสุดท้ายกันเลยดีกว่าของ Wet n Wild สีส้มจัดๆเลย  สี 969 Carrot Gold  ซึ่งแย้ไม่สามารถทาชมพูแน่นๆแบบ Geradium ได้แต่เพียงลำพัง  เพราะว่าเป็นคนที่ทาสีชมพูแล้วไม่ค่อยขึ้น  ต้องออกสีพีชๆหน่อย  ก็เลยต้องมีสีส้มมาใส่ด้วย  เพื่อให้ดูเข้ากับสีผิว  


ตัวนี้ไม่เคยทาเดี่ยวๆเลยนะคะ  จะทาควบคู่กับลิปสติกสีอื่นเสมอ  ก็เลยไม่สามารถจะบรรยายถึงเนื้อของเค้าได้ว่าเป็นยังไงบ้าง  แต่สีเวลาทาติดง่ายมาก  ทาทีเดียวก็ออกแล้ว  ไม่แห้งจนเกินไป สามารถที่จะเอาไปผสมกับลิปสติกอื่นๆได้เป็นอย่างดี  เรียกว่าคุณภาพเกินราคาไปเยอะ  บางทีแย้ก็เอาเจ้า Wet n Wild  ทาเฉพาะขอบในของริมฝีปาก  จะได้ดูเป็นแบบติ้นท์  สวยดีปากมีมิติ


กลับมาต่อที่เรือนะคะ  ต่อไปจะเป็นการรีวิวบุฟเฟ่ต์  ต้องบอกเลยว่าบุฟเฟต์ชั้น 10 บรรยากาศดีมาก  ชื่อห้องอาหารว่า Ocian View พวกไลน์บุฟเฟต์จะอยู่ส่วนกลางเรือ  ส่วนโซนที่นั่งกินก็จะอยู่รอบๆ  ทุกที่นั่งก็คือจะเห็นวิวทะเลหมดเลย  ซึ่งบรรยากาศดีมากๆ   แต่ปัญหาคือถ้าวันไหนทืี่มีลมพายุ  มีมรสุม  จานนี่ตกแตกกระจุยกระจายน่าสงสาร


อาหารก็เป็นอาหารนานาชาติ  มีทั้งเอเชีย  ยุโรป อเมริกัน  ไปถึงญี่ปุ่น  จริงๆเค้ามีซาซิมิด้วย   แต่จะหมดภายใน 15 นาทีทุกครั้ง  ก็เลยไม่ได้กินเลย  เหลือแต่ซูชิที่เน้นข้าวเป็นหลัก  ซึ่งแย้ก็เอาซูชิมาใส่กับซาลามี  กับบลูซีส  ก็เลยกลายเป็นซูชิแบบซามาปิ๊  เป็นซูชิที่ผสมกันเองอย่างสนุกสนาน  แต่อร่อย เฮ้


แวะมาผ่อนคลายที่บาร์น้ำ  ก็เจอคนไทยประจำการอยู่ที่บาร์น้ำด้านหลังด้วย  เค้าก็จะดูแลเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  แล้วก็เครื่องดื่มที่ต้องเสียเงินทั้งหลายนั่นเอง


และยังมีอีกหนึ่งบาร์ที่น่าสนใจ   ก็คือมาร์ตินี่บาร์  อยู่ที่ชั้น 4 กลางเรือเลยจ้ะ  ซึ่งตรงนี้ก็มีหนุ่มไทยประจำการอยู่คนนึง  เป็นบาร์เทนเดอร์  สามารถโยนขวด  แสดงต่างๆได้  ได้มาทำงานตรงนี้  เรียกว่าเป็นบาร์ที่ Poppular ที่สุดบนเรือลำนี้นะคะ  จะมีความพิเสษตรงที่ว่า  รอบๆบาร์จะเป็นบาร์น้ำแข็ง  เราก็สามารถที่จะสลักชื่ออะไรต่างๆได้  แต่ว่าเค้าจำทำการทำความสะอาดทุกวัน  ดังนั้นที่เราสลักไปวันต่อมาก็หายจ้า


สำหรับเรือลำนี้แปลกมาก  คือเค้ามีน้ำปลา  คือเป็นน้ำปลาแท้ๆเลย  แล้วก็น้ำจิ้มไก่ถึือว่าดีมากเลย  ซึ่งแย้ก็พกมาเองหนึ่งขวด  แต่ก็ไม่ได้ใช้เลยเพราะว่าที่นี่เค้ามีน้ำจิ้มไก่กับน้ำปลาให้  แต่ไม่มีพริกสดให้มีแต่พริกป่น   ก็ต้องเอามาผสม Featuring กันเอง

และบนเรือลำนี้ของหวานอร่อยมากกกก  คือหอมหวาน  แล้วอันไหนที่เป็นครีมชีสก็จะหอมชีสมาก  เหมือนเค้าไม่ค่อยหวงชีสเพราะว่าชีสเค้าราคาถูก  ขนมหวานรสชาติก็จะเข้มข้น  เจ้มจ้นสุดๆ



ในส่วนของร้านอาหารที่เปิด 24 ชม. คือจะแบ่งเป็นอย่างนี้  อาหารเช้าประมาน 6 โมงเช้า - 10 โมง  จะเป็นช่วงของอาหารเช้า  ก็จะมีพวกออมเล็ทต์  โจ๊ก หลายๆอย่างเลย  ส่วนอาหารกลางวันจะเปิด เที่ยง - บ่าย 2 ก็จะเป็นแนวอาหารกลางวัน  มีผัดนู่นนี่นั่น  ส่วนอาหารเย็นจะเปิด 6 โมงเย็น - 4 ทุ่ม เลย

ซึ่งอาหารกลางวันที่เด็ดสุดจะเป็นซุ้ม Hamburger มีทั้งเนื้อ หมู ฮ็อตด็อก  อร่อยมากกก  อร่อยกว่า Burger King บ้านเราได้ไงไม่รู้  หอมแดงเค้าก็สดใหม่มาก  แล้วก็เฟรนฟรายด์บนเรือนี่อร่อยที่สุด  ห้ามพลาด  มันไม่ใช่เฟรนฟรายด์ธรรมดา  แต่เหมือนเคลือบด้วยอะไรซักอย่าง  เป็นแป้งอเนกประสงค์ทำให้ฟรนฟรายด์อร่อยเป็นพิเศษ  ทอดไว้นานๆก็ยังกรอบอยู่  ไม่เหี่ยวเหมือนบ้านเรา 

อาหารเย็นนี้มีผัดหมี่มองโกเลีย  ที่ผัดโดยคนอินโดนิเซีย  เค้าก็จะกินรสชาติคล้ายๆบ้านเรา  สั่งให้เค้าใส่อะไรให้ก็ใส่ให้เต็มพิกัดเลย  

มือเย็นเค้าจะมีอาหารไม่เยอะนัก  เพราะว่าเค้าจะเฉลี่ยว่า  คงจะมีคนไปกิน a la carte ชั้น 4 ด้วยอะไรงี้  อาหารเย็นก็จะมีบุฟเฟต์แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น  ครึ่งนึงเค้าก็จะปิดไปเลย  เพื่อให้่คนไปกินที่ชั้น 4 กัน

ที่แย้บอกไปก็มีเช้า กลางวัน เย็น  ในช่วงที่ไม่มีอาหาร  ก็จะมีพิซซ่ากับพาสต้า  ไว้ให้ตลอด  ส่วนตอนกลางคืนที่เสิร์ฟ 24 ชั่วโมง  ก็จะมีบาร์สลัดมาเพิ่มด้วย  เป็นอาหารเบาๆ

อีกสิ่งที่พลาดไม่ได้บนเรือก็คือ Aqua spa เป็นสปาบนเรือที่ทุกคนสามารถใช้บริการได้ฟรี  เป็นอ่างจากุซซี่และมีอ่างใหญ่ตรงกลาง  ซึ่งอ่างใหญ่ตรงกลางก็มีจากุซซี่เหมือนกัน  แต่ก็มันไม่ได้สะใจเท่ากับอ่างเล็กนะ  ถ้าอ่างเล็กน้ำจะร้อนกว่า  แล้วเค้าก็ให้ได้ทีละ 15 นาทีเท่านั้น  ไม่งั้นเดี๋ยวจะเป็นลมนะแจ๊ะ


ส่วนที่เป็นหลังคา  จะเป็นสระว่ายน้ำในร่ม  ถ้ามาเที่ยวมี่ขั้วโลกเหนือหรือขั้วโลกใต้เนี่ย  จะหนาวมากจนสระว่ายในกลางแจ้งไม่สามารถใช้งานได้  ก็เลยต้องมีสระว่ายน้ำแบบนี้  ลูกค้าก็จะได้รับแสงแดด  เหมือนกับเรือนกระจกอะไรอย่างนั้น  ใน Aqua spa ก็จะมีอาหารให้ทานด้วย  ซึ่งก็จะเป็นอาหารแบบคลีนๆทั้งหลาย  ไม่ได้ผ่านการปรุงสุก


สำหรับเรือลำนี้  สร้างตั้งแต่ปี 2001  ก็อาจจะมีปัญหาเรื่องเก่าบ้าง  ก็คือเวลานอน  แย้นอนอยู่ชั้น 2 ฝั่ง Ocian View แล้วมันมีเสียงดังทั้งคืน  เวลาที่เรือมันโครงเครง  จะได้ยินเสียงพวกเสียงไม้  หรือเสียงพลาสติกอะไรต่างๆที่มันอาจจะไม่ได้แน่น  ก็ทำให้เรานอนไม่หลับได้

ข้อเสียอีกอย่างนึงของเรือนี้ก็คือ  ตอนไปแวะที่เกาะ Falkland เป็นเกาะที่ไม่มีท่าเทียบเรือใหญ่  ดังนั้นทางเรือ Celebrity Infinity ก็เลยต้องปล่อยเรือเล็ก Tender boat หรือเรือช่วยชีวิตลง ไป  แล้วก็ขับไปส่งที่ชายฝั่งของเกาะ  ใช้เวลาประมาน 20 นาทีได้  แล้วปรากฎว่าเค้าปล่อยเรือมาน้อยมาก  วันนั้นคนที่ไปเที่ยวเกาะ Falkland เกือบหมดทั้งเรือ  ต่อคิวขึ้นเรือเป็นชั่วโมง  อากาศก็หนาวมาก  เลขตัวเดียว  แล้วก็ต้องรอต่อคิว Tender boat เพื่อไปขึ้นเรือลำใหญ่  ใช้เวลามากจริงๆ  อันนี้เป็นอะไรที่ไม่ประทับใจเลย  จริงๆแล้วทางเรือน่าจะปล่อยเรือ Tender boat มามากกว่านี้  ไม่งั้นนักท่องเที่ยวต้องมายืนรอกันคิวยาวมาก  กว่าจะได้ขึ้นเรือ  


สำหรับเรือ Celebrity Infinity  เรียกได้ว่าเป็นเรือที่สุดติ่งจริงๆ  ใครที่จะมาเที่ยวข้ัวโลกใต้ต้องลองมาสักครั้งนะจ้ะ  ต่อไปแย้จะพาเที่ยวขั้วโลกใต้กันต่อ  ซึ่งจะเป็นตอนสุดท้ายของทริปนี้แล้ว  ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงนะแจ๊ะ  ขอบคุณที่ติดตามชม  สวัสดีจ้า


ติดตามหญิงแย้ได้ทุกช่องทางที่
Blog :http://www.yaeuunws.com
Facebook : www.facebook.com/uunws
Instagram : yae_uunws
SocialCam : Yae_uunws
Youtube : www.youtube.com/user/YAEuunws
Pantip : นนทพรแย้

Jeban : Yaeuunws

0 ความคิดเห็น :

โพสต์ความคิดเห็น

 
หญิงแย้ © 2014 | Designed by Janenipa.com